การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งบริหารจัดการการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งควบคุมผลกระทบจากการใช้พลังงาน การใช้วัสดุอุปกรณ์ และการจัดการของเสียที่เกิดจากการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เป้าหมายที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้

บริษัทมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในสำนักงานและอุปกรณ์เทคโนโลยี รวมถึงสนับสนุนการใช้โซลูชันที่ช่วยลดการใช้พลังงานในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า

เป้าหมายที่ 12 การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน

บริษัทบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น และให้ความสำคัญกับการจัดการอุปกรณ์เทคโนโลยีที่หมดอายุการใช้งาน (E-waste) อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทติดตามและประเมินผลกระทบจากการใช้พลังงานและการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเตรียมความพร้อมต่อความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จในปี 2568

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ข้อมูลการดำเนินงาน

เป้าหมาย

ขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1-2

ปีฐาน

2566: ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1,963.56 tCO2e

ปีเป้าหมายระยะสั้น

2571: ลด 3% เทียบกับปีฐาน

ปีเป้าหมายระยะยาว

2573: ลด 10% เทียบกับปีฐาน


ผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงานและผลลัพธ์ด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก : มีบริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MSC) ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับองค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ซึ่งสะท้อนถึงความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของกระบวนการบริหารการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อมและยืนยันการกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูลในมิติองค์กร

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
2566 2567 2568
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) 1,813.94 1,694.39 1,565.97
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ขอบเขตที่ 1 (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) 65.89 329.66 219.18
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ขอบเขตที่ 2 (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) 1,748.05 1,364.73 1,346.79
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ขอบเขตที่ 3 (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) 0.00 0.00 0.00

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

การเติบโตของการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การใช้พลังงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของระบบสารสนเทศ อุปกรณ์เทคโนโลยี และบริการที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งอาจส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมขณะเดียวกัน แนวโน้มด้านนโยบายและมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงมาตรฐานด้านการเปิดเผยข้อมูลและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก มีความเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียนอกจากนี้ ลูกค้าองค์กรให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการดำเนินงาน

โอกาสทางธุรกิจ

บริษัทมองว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดความต้องการโซลูชันเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของลูกค้าองค์กร การพัฒนาและนำเสนอโซลูชันด้านเทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้พลังงานของระบบและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ยังเป็นโอกาสในการสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในระยะยาว การปรับตัวต่อแนวโน้มด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน


แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

การบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ Net Zero

บริษัทให้ความสําคัญกับการบริหารจัดการกระบวนการดําเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าที่อาจส่งผลกระทบทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม รวมถึงพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในองค์กร เพื่อการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและจัดทํารายงานความยั่งยืนตาม Sustainability Reporting Guide ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นฐานสําคัญในการยกระดับการรายงานและบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions) และสนับสนุนการดําเนินธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ในระยะยาว

ในปี 2568 บริษัทได้จัดทํารายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล (Baseline) สําหรับการกําหนดแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ โดยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งสิ้น 1,565.96 Tonnes of Carbon แบ่งออกเป็น Dioxide Equivalent

ขอบเขตที่ 1 (Direct Emissions) จํานวน
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ขอบเขตที่ 2 (Energy Indirect Emissions) จํานวน
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

นอกจากนี้ บริษัทได้รับการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ซึ่งสะท้อนถึงความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของกระบวนการบริหารการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และเป็นกลไกสําคัญในการเสริมสร้างความโปร่งใสตามแนวปฏิบัติด้านการกํากับดูแลและการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมบริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน และการติดตามผลการดําเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเส้นทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization Pathway) โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อยร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ผลการดําเนินงานในปีรายงานพบว่า

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ขอบเขตที่ 1 ลดลง
%
เทียบกับปี 2567
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ขอบเขตที่ 2 ลดลง
%
เทียบกับปี 2567

เพื่อยกระดับความมุ่งมั่นด้านการจัดการสภาพภูมิอากาศ บริษัทได้กําหนดเป้าหมายบรรลุ Carbon Neutrality ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยเริ่มนับตั้งแต่ปี 2569 ซึ่งจะดําเนินการผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดําเนินงาน การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด และการพิจารณากลไกชดเชยคาร์บอนที่เหมาะสม ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวถือเป็นก้าวสําคัญในการวางรากฐานสู่ Net Zero Emissions ในระยะยาว และสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ความเสี่ยงทางกายภาพ

  • อุทกภัย (น้ำท่วม)
  • แผ่นดินไหว
ผลกระทบ
  • การดำเนินงานหยุดชะงัก เนื่องจากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลความต่อเนื่องการให้บริการต่อลูกค้า
  • รายได้ลดลงจากการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการดำเนินงานหยุดชะงัก
  • ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการป้องกันที่สูงขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายในการรับมือและบรรเทาอุทกภัยเพิ่มขึ้น
  • เบี้ยประกันที่เพิ่มสูงขึ้น
มาตรการจัดการ
  • ติดตามและประเมินความเสี่ยงจากการเกิดภัยพิบัติต่างๆ เพื่อเตรียมรับมือและจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM)
  • พนักงานสามารถทำงานที่บ้าน (Work From Home) และมีพื้นที่สำรอง (DR Site) ให้พนักงานหน่วยงานสนับสนุน
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และความพร้อมของอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • จัดอบรมให้พนักงาน รวมถึงความรู้ทางการแพทย์เบื้องต้น
  • การแปรปรวนทางสภาพอากาศ
  • อุณภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น
ผลกระทบ
  • การดำเนินงานหยุดชะงัก เนื่องจากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลความต่อเนื่องการให้บริการต่อลูกค้า
  • รายได้ลดลงจากการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการดำเนินงานหยุดชะงัก
  • ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการป้องกันที่สูงขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายในการรับมือและบรรเทาอุทกภัยเพิ่มขึ้น
  • เบี้ยประกันที่เพิ่มสูงขึ้น
มาตรการจัดการ
  • ติดตามและประเมินความเสี่ยงจากการเกิดภัยพิบัติต่างๆ เพื่อเตรียมรับมือและจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM)
  • นักงานสามารถทำงานที่บ้าน (Work From Home) และมีพื้นที่สำรอง (DR Site) ให้พนักงานหน่วยงานสนับสนุน
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และความพร้อมของอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • จัดอบรมให้พนักงาน รวมถึงความรู้ทางการแพทย์เบื้องต้น

ความเสี่ยงการเปลี่ยนผ่าน

  • การเปลี่ยนแปลงนโยบาย และกฎหมายของหน่วยงานภาครัฐ
  • การเพิ่มมาตรฐานสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ คู่ค้า หรือลูกค้า
  • ความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี
ผลกระทบ
  • ค่าใช้จ่ายขององค์กรเพิ่มขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการปฏิบัติตามกฎหมาย การถูกเรียกเก็บภาษี Carbon Tax
  • ต้นทุนของสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น
มาตรการจัดการ
  • มีทีมกฎหมายที่ติดตามกฎหมายใหม่ๆ และทีมที่เกี่ยวข้องนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องและเหมาะสม เช่น จัดทำแผน Carbon Tax
  • มีการกำหนดตัวชี้วัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสอบทานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากหน่วยงานภายนอก
  • การลงทุนในเทคโนโลยีและวิจัยเพิ่มขึ้น เพื่อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ
ผลกระทบ
  • รายจ่ายของวิจัยและพัฒนา (R&D) ในเทคโนโลยีใหม่
  • การลงทุนมูลค่าสูงในการปรับกระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงาน
มาตรการจัดการ
  • จัดทำ Feasibiity สำหรับการลงทุนต่างๆ เช่นการลงทุนในเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการทำงานหลัก
  • ความไม่แน่นอนของตลาด
  • พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค เช่น ความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบ
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น
  • รายได้ที่ลดลงจากความต้องการสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงไป
มาตรการจัดการ
  • มีทีม Marketing ที่คอยติดตาม IT Trend และความต้องการของตลาด
  • จัดทำแผนงานหรือโครงการที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง โดยได้ใส่ไปใน KPI ของทีมที่เกี่ยวข้อง

คาร์บอนฟุตพริ้นขององค์กร (CFO)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ และตระหนักถึงบทบาทในการมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

โดยได้ดำเนินการจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Carbon Footprint of Organization: CFO) เพื่อวัดและติดตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมหลัก เช่น การใช้พลังงาน การจัดการของเสีย และการขนส่ง โดยรายงานผลในหน่วยตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งขอบเขตที่ 1 ขอบเขตที่ 2 และขอบเขตที่ 3 ตามแนวทางที่เกี่ยวข้องข้อมูลดังกล่าวใช้เป็นฐานในการกำหนดเป้าหมาย วางแผน และติดตามผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ขอบเขตที่ 1 ขอบเขตที่ 2
ปริมาณสารทำความเย็นในอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่นเครื่องปรับอากาศ ตู้กดน้ำ ตู้กดน้ำแข็ง และตู้เย็น ปริมาณการใช้ไฟฟ้า
ปริมาณการใช้เชื้อเพลิง เช่น Generator, Fire pump
ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงสำหรับรถ Forklift
ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ
ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงหม้อแปลงไฟฟ้า
ปริมาณการใช้สารดับเพลิง CO2
ปริมาณการเกิดมีเทนจาก Septic tank
รายละเอียดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO)
หน่วย: tCO2e

5 อันดับรายการที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด

(ปริมาณ: tCO2e)

รายการกิจกรรม 2567 2568
การใช้ไฟฟ้า 2,688.41 2,559.40
การเติมสารทำความเย็นสำหรับเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) ที่บริษัทเป็นเจ้าของและ / หรือ มีอำนาจควบคุม 515.63 1,000.48
การจัดการสิ่งปฎิกูล หรือระบบบ่อเกรอะ (Septic Tank) ที่บริษัทเป็นผู้ดูแลและควบคุม 337.46 326.65
การใช้รถประจำตำแหน่งของผู้บริหารที่บริษัทเป็นเจ้าของและ / หรือมีอำนาจควบคุม 36.99 30.00
การใช้ยานพาหนะที่บริษัทเป็นเจ้าของและ /หรือมีอำนาจควบคุมในกิจกรรม เช่น การับ – ส่ง พนักงาน , การเดินทางเพื่อธุรกิจ , การบรรทุกของสำหรับกิจกรรมอง์กร เป็นต้น 14.40 16.33

TGO Guidelines for Carbon Footprint for Organization (CFO)

บริษัทได้ดําเนินการจัดทําบัญชีก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) เพื่อประเมิน ติดตาม และบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ และได้รับการรับรองผลการประเมินจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดําเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้า
โซลูชันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
พนักงาน
มีบทบาทในการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
คู่ค่าและพันธมิตรทางธุรกิจ
สนับสนุน supply chain ที่มีประสิทธิภาพพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนs
เสริมความเชื่อมั่นผ่านการบริหาร Climate Risk อย่างเป็นระบบ
หน่วยงานกำกับดูแล
ยกระดับมาตรฐานองค์กรให้สอดคล้องข้อกำหนด